May 22, 2022

ดื่มกาแฟอย่างไรให้เป็นการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ

กาแฟเพื่อสุขภาพ

เทรนด์การดื่มกาแฟ ได้รับความนิยมอย่างมาก อาจจะเพราะด้วยมีเหล่าบล็อกเกอร์ต่างๆ ไปรีวิวตามคาเฟ่ รวมไปถึงบางคนเริ่มรู้สึกว่าอยากจะลองโดยเฉพาะในช่วงวัยมหาวิทยาลัยที่อาจจะต้องพึ่งพาเจ้ากาแฟกันมากขึ้น โดยกาแฟนี้ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จาก ต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า เมล็ดกาแฟ คั่ว มีการปลูกต้นกาแฟในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว) เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมีส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่สำหรับการดื่มกาแฟแล้วนั้น หากเราดื่มในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดโทษได้ วันนี้จะขอมาแนะนำวิธีการดื่มกาแฟที่จะสร้างประโยชน์ 

วิธีดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์ 

  1. เลือกเฉพาะกาแฟที่คุณภาพสูง ๆ 

กาแฟนั้นเป็นหนึ่งในพืชที่ในการดูแลรักษา ต้องใช้ยาฆ่าแมลงในระหว่างการปลูกมาที่สุดชนิดหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นแล้ว เราต้องเลือกกาแฟที่มีคุณภาพดีๆ ยิ่งถ้าเป็นแบบออแกนิกได้จะดีมากๆ เลย เพราะว่าถ้าเป็นออแกนิก เราจะไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงเลย ปลอดภัย และคุณภาพดีแน่นอน รวมทั้งเราจะได้กาแฟที่รสชาติดีมาก ๆ ดีต่อสุขภาพของเรา อีกด้วย

  1. ดื่มกาแฟให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว

หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจส่งผลแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจใจสั่น นอนไม่หลับ หรืออาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้ ดังนั้นการกินกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการดื่มกาแฟคือ คาเฟอีน 2.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น หากมีน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัม ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม (2.5X80=200) โดยค่าเฉลี่ยของคาเฟอีนในกาแฟหนึ่งแก้วจะอยู่ที่ประมาณ 95 มิลลิกรัม ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว (190 มิลลิกรัม)นั่นเอง

  1. ดื่มกาแฟในเวลาที่เหมาะสม

ควรที่จะเป็นช่วงเวลาประมาณก่อน 14.00 น. เพราะถ้าดื่มหลังจากนั้นไป อาจจะทำให้เรานอนไม่หลับได้ และก็ควรพยายามเลือกกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ เช่น อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ หรือลาเต้ แทนการดื่มกาแฟแบบปกติธรรมดา หรือกาแฟแบบ 3 อิน 1 เพราะจะมีปริมาณของคาเฟอีน และน้ำตาลที่น้อยกว่านั่นเอง

  1. กาแฟอาจมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย

มีงานวิจัยเผยว่าคาเฟอีนมีส่วนในการชะลอความเมื่อยล้าลง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กล้ามเนื้อ ซึ่งหากต้องการให้กาแฟช่วยพัฒนาการออกกำลังกาย ควรกินกาแฟก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 30-60 นาที แต่อย่างไรก็ตาม กาแฟมีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ดังนั้นผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  1. ไม่ควรดื่มกาแฟเร็วเกินไป

คาเฟอีนในกาแฟมีส่วนกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มักจะหลั่งออกมาเวลาที่เครียด เพราะฮอร์โมนตัวนี้สัมพันธ์กับความดันโลหิตและระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นหากดื่มกาแฟเร็วเกินไปอาจทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่สมดุล ส่งผลกระทบต่อทั้งการนอนหลับและความเครียดที่มากขึ้นอีกด้วย

  1. หลีกเลี่ยงการใส่ครีมเทียมและน้ำตาล

ครีมเทียมที่เห็นตามท้องตลาดนั้นสามารถช่วยทดแทนความมันของนมให้กับกาแฟได้ แต่โดยปกติแล้วทางเลือกที่ีดีกว่าในการดื่มเครื่องดื่มหรือกินอาหารก็ตาม คือทางเลือกที่มาจากธรรมชาติดังนั้นหากมีโอกาสเลือกร้านกาแฟที่ใช้นมจริงๆ แทนครีมเทียมได้ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากมีแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง รวมไปถึงน้ำตาลเพราะกาแฟสามารถช่วยรู้สึกตื่นตัวได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำตาลช่วย เพราะหากติดนิสัยใส่น้ำตาลในกาแฟเป็นประจำ จะทำให้ได้รับฟรุกโตส (Fructose) มากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่โรคอ้วนหรือเบาหวานได้

นี่เป็น 6 วิธีการดื่มกาแฟเพื่อที่จะให้ไดประโยชน์สูงสุด ใครที่ดื่มแบบนี้อยู่ก็ดีมากๆ แต่ถ้าใครที่ดื่มแบบอื่นลองปรับตามวิธีข้างต้น จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากกาแฟมากยิ่งขึ้น