Site Overlay

การลดปริมาณน้ำตาลในสูตรสมูทตี้

Smoothie

คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าสมูทตี้สำเร็จรูปตามร้านค้าหรือห้างซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นชอบใส่น้ำตาลเพิ่มเข้ามาด้วยเพื่อให้สมูทตี้หวานมากขึ้น รสชาติดีง่ายต่อการทำตลาด

แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่าทุกสูตรของสมูทตี้ล้วนมีน้ำตาลอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน บางสูตรมีปริมาณน้ำตาลมากเหมือนกับสมูทตี้สำเร็จรูปคือมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับโค้ก 2 กระป๋อง

คนทั่วไปไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้ว่าหลายสูตรสมูทตี้ทั้งจากสื่อออนไลน์หรือสื่อสิ่งพิมพ์นั้นให้น้ำตาลมากเช่นเดียวกันซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพไปในที่สุด

ขั้นตอนด้านล่างนี้เป็นเคล็ดลับในการลดปริมาณน้ำตาลให้กับสูตรสมูทตี้ของคุณ เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพพร้อมช่วยลดน้ำหนักตัว

1. ขั้นแรกคุณควรเลือกสมูตรสมูทตี้ที่ใช้วัตถุดิบหลักหรือส่วนผสมหลักที่มีน้ำตาลน้อย หากสูตรนั้นมีกล้วยหอมเป็นส่วนผสมหลักให้ลองเปลี่ยนมาใช้ผลอะโวคาโดแทนซึ่งอะโวคาโดมีน้ำตาลธรรมชาติน้อยกว่ามาก

เพราะกล้วยหอมหนึ่งลูกให้น้ำตาลมากถึง 9 แคลอรี่แต่ผลอะโวคาโดหนึ่งลูกมีน้ำตาลเกิน 2 แคลอรี่ นอกจากนั้นแล้วผลอะโวคาโดยังมีไขมันธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ คุณอิ่มท้องได้นานขึ้นและลดความอยากอาหารบ่อยๆ หากยังต้องการให้สมูทตี้มีรสหวานนิดหน่อยก็สามารถเพิ่มกล้วยหอมลงไปในเครื่องปั่นนิดหน่อยไม่เกินครึ่งลูก

2.เพิ่มปริมาณผักใบสีเขียวสดให้มากขึ้นในสูตรสมูทตี้ เช่น การเพิ่มผักใบสีเขียวเข้มอย่าง คะน้า ผักปวยเล้ง ใบผักโขม หรือกระหล่ำปลีเขียว

ใบผักสีเขียวไม่ใช่แค่ลดจำนวนน้ำตาลได้อย่างมีนัยยะเท่านั้น แต่คุณยังได้สารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายอย่าง มีเส้นใยอาหารสูง พร้อมแร่ธาตุสำคัญๆ ตามมาอีกด้วย

3. ใช้ส่วนผสมของเนื้อผลไม้ให้น้อยลงตัวอย่างเช่นวัตถุดิบจำพวก มะม่วง กล้วยหอม ส้มเขียวหวาน หรือสับปะรด คุณสามารถใช้ผลราสเบอรี่ที่มีน้ำตาลธรรมชาติน้อยกว่าแทนวัตถุดิบเหล่านี้ได้

ราสเบอร์รี่เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้น้ำตาลปริมาณน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้รสชาติดีชนิดอื่น ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงชอบนำมาผสมในสูตรสมูทตี้ของตัวเอง ราสเบอรี่ครึ่งถ้วยเล็กให้น้ำตาลเพียง 3 กรัมเท่านั้น

4. แทนที่วัตถุดิบของเหลวในสูตรสมูทตี้ เช่น น้ำผึ้ง ด้วยวัตถุดิบที่ไม่มีน้ำตาล เช่น น้ำเปล่า หรือน้ำชาบริสุทธิ์

ถ้าหากสูตรสมูทตี้นั้นใช้นมเป็นส่วนผสมหลักก็ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำนมที่ทำจากธัญพืชแทน เช่น นมจากถั่วอัลมอนด์ หรือน้ำกะทิมะพร้าว

หากคุณตัดสินใจเลือกใช้น้ำเปล่าหรือชาเขียวแทนที่ส่วนผสมรสหวานก็จะลดปริมาณน้ำตาลได้มากเลยทีเดียว

5.อย่าเพิ่มส่วนผสมของโยเกิร์ตหรือน้ำผึ้งธรรมชาติลงไปอีก ควรใช้โปรตีนจากธรรมชาติที่มีน้ำตาลน้อย เช่น ผงคาเคาหรือผงมาค่า(รากโสมเปรู)แทน หรือจะเปลี่ยนไปใช้เนยถั่วแทนก็ได้แต่ควรเลือกเนยถั่วที่มีส่วนประกอบของเม็ดมะม่วงหิมพานต์มากกว่าถั่วลิสงเพราะจะมีน้ำตาลน้อยมากเพียง 2 กรัมต่อหนึ่งถ้วยเล็ก

หลายคนชอบดื่มสมูทตี้เป็นอาหารว่างทั้งในช่วงก่อนออกกำลังกายและหลังการออกกำลังกาย แต่ในความจริงแล้วสมูทตี้สามารถใช้แทนอาหารหลักได้ด้วยเช่นเดียวกัน คุณสามารถดื่มสลับแทนอาหารเช้า อาหารกลางวัน หรือมื้อค่ำได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมื้ออาหารค่ำสมูทตี้สามารถทดแทนได้เป็นอย่างดี ถ้าหากคุณปรับปรุงสูตรสมูทตี้ให้มีความสมดุลทางด้านโภชนาการ ทั้งปริมาณของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุสำคัญต่างๆ นั่นคือ หากตอนเย็นคุณดื่มสมูทตี้แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องทานมื้ออาหารค่ำ

สูตรสมูทตี้โดยทั่วไปให้แคลอรี่น้อยกว่าอาหารมื้อปกติประมาณเกือบครึ่งหนึ่ง ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญสุขภาพหลายท่านแนะนำว่าให้เพิ่มผักใบสีเขียวเข้ม ผลไม้น้ำตาลน้อย นมจากเมล็ดถั่ว ผลอะโวคาโด หรือผงโปรตีนธรรมชาติเพิ่มเติมลงไปในสูตรสมูทตี้สำหรับทดแทนอาหารมื้อปกติ ส่วนผสมจากวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มแคลอรี่ให้กับสมูทตี้มากเท่าไร กลับกันคุณจะได้คุณค่าทางด้านโภชนาการอาหารอย่างครบถ้วนตามความจำเป็นของร่างกายเหมือกับอาหารมื้อปกติ